Who am i

ผมคือใคร ผมจะยิ่งใหญ่ ผมต้องสำเร็จ

 

  ผมเกิดในครอบครัวข้าราชการ ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน เรื่องราวของผมที่ย่างก้าวเข้ามาสู่วงการธุรกิจเครือข่ายเริ่มต้น เมื่อย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีก่อน อาชีพที่ไม่เคยคาดคิดและไม่เคยอยู่ในความฝันว่าวันหนึ่งผมจะต้อง มาอยู่ในธุรกิจเครือข่าย ชีวิตของผมเริ่มต้นทำเครือข่ายตอนอายุ 19 ปีจากการชักชวนของผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งซึ่งเขามาสปอนเซอร์คุณแม่ของผม คุณแม่ของผมสมัครไปด้วยเงิน 6,848 บาท ครั้งแรกที่ทราบโกรธคุณแม่ และบ่นคุณแม่ผมชุดใหญ่ เพราะคิดว่าโดนหลอกแน่นอนคุณแม่ ผมพูดกลับมาด้วย

ประโยคสั้น ๆ พร้อมกับน้ำเสียงสั่นเครือว่า ” แม่สมัครธุรกิจนี้เพื่อเป็นมรดกให้กับลูก ลูกไม่ทำก็ไม่เป็นไร ทำไมต้องว่าแม่ด้วย ” ตอนนั้นรู้สึกผิดที่พูดกับคุณแม่แรงไป แต่ก็ยังไว้ฟอร์มตอบกลับคุณแม่กลับไปว่า

” นัดคนที่สปอนเซอร์คุณแม่มาเจอกันหน่อย ถ้าลองทำดูแล้วเงินไม่ออกไม่มีรายได้ออกตามที่เขาพูดกัน เป็นเรื่อง ” หลังจากนั้นผมได้มีโอกาสเจอกับคนที่ชักชวนแม่ผมเข้าสู่ธุรกิจ ผมสอบถามข้อมูลอย่างละเอียดแล้วลงมือทำทันที เหตุผลเดียวคือ ต้องการพิสูจน์ว่าหากไม่ได้เงินจริง คนที่ชวนเดือดร้อนแน่นอน อาทิตย์แรกเขาบอกว่าผมมีรายได้ออกมาที่ 7,000 บาทแต่ในขณะนั้นก็ยังไม่เชื่อ ว่ามันจะได้เงินอะไรกันง่าย ๆขนาดนี้ ตอนนั้นผมเป็นนักศึกษาอยู่คณะวิทยาศาสตร์สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ ม.บูรพา จำได้ว่าตอนนั้นใช้เงินเดือนละ 3,000 ถึง 4,000 บาทต่อเดือน วันนั้นตรงกับวันพุธ ผมไปยืนหน้าตู้เอทีเอ็มรอกดเงินดูว่าเงินมันจะเข้าจริงตามที่เขาบอกหรือไม่ปรากฏว่าเงินเข้ามาที่ 6,000 กว่าบาทหักภาษีไป 5% ตอนนั้นยืนมือสั่นทำอะไรไม่ถูก ไม่เชื่อว่าเงินมันจะได้จริง อาทิตย์ต่อมาเงินออกอย่างต่อเนื่อง 8,000 บาท รู้สึกอู้ฟู่อย่างบอกไม่ถูกเลยตัดสินใจลุยแบบสุดชีวิต ตอนเรียนมหาวิทยาลัย ตอนนั้นจำได้ว่ามีรายได้ประมาณ 50,000 บาทต่อเดือน  ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดา ตอนนั้นตัดสินใจนั่งรถจากชลบุรีเข้ากรุงเทพเสาร์ – อาทิตย์ นั่งรถเข้าไปฟังการประชุมวิชาการของบริษัทขายตรงที่ผมร่วมงานด้วยในขณะนั้น ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นดาวรุ่งคนนึงของบริษัทขายตรงที่ทำเป็นที่แรก ต่อมาตอนอายุ 22 ปี มีโอกาส ได้ร่วมงานกับบริษัทขายตรงอีกทีคราวนี้ ขึ้นแท่นเป็นผู้นำที่มีตำแหน่งสูงสุดรายได้สูงสุดของธุรกิจเครือข่ายแห่งนั้น พิชิตรายได้สูงสุดถึง 5 แสนบาทต่อเดือน ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นมากมาย ทำได้ระยะหนึ่งธุรกิจที่ทำอยู่ก็ปิดตัวลงเนื่องจาก

ผู้บริหารไม่มีประสบการณ์ในการทำธุรกิจขายตรง ผมจึงตัดสินใจนำเงินก้อนหนึ่งที่มี ในขณะนั้น มาร่วมกับ เพื่อนเปิดบริษัทขายตรง คราวนี้นั่งแท่นเป็น MD เอง ด้วยความมั่นใจว่า ประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จในการทำทีมขณะนั้น ถ้ามานั่งบริหารก็คงไม่ใช่เรื่องยากอะไร ปรากฏว่าได้ไป 4 เดือน เจ๊งหมดตัวหมดสภาพ กลับไปนอนอยู่บ้าน เหมือนหมาตัวหนึ่ง เงิน 4 ล้าน หายวับไปกับตา แถมหนี้มาอีก 8 เเสน   ตอนนั้นบอกตรง ๆ หมดแรงทำอะไรกินแล้วก็นอนกินแล้วก็นอน เป็นอยู่อย่างนั้น 6 เดือน ค่อย ๆ ตั้งหลักชีวิตใหม่ แต่ผมก็ต้องขอขอบคุณประสบการณ์ในความล้มเหลวในครั้งนั้นที่ทำให้ผมรู้ว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจขายตรงนั้นต้องอาศัยองค์ประกอบอีกมากมายเลยทีเดียว จึงตัดสินใจเรียนปริญญาโท ในสาขาบริหารธุรกิจ และก็มีโอกาสกลับเข้าสู่วงการไปทำธุรกิจเครือข่ายอีกครั้งหนึ่ง  ตอนนั้นเป็นผู้นำที่มีองค์กรใหญ่ที่สุดในบริษัท มีรายได้ติด 1 ใน 3 ถึงจุดนึงรู้สึกอยากหาประสบการณ์ในการเป็นนักบริหาร  เพราะผมมีความฝันว่า ผมอยากจะเติบโตในสายของการเป็นนักบริหาร ขณะนั้นก็เรียนไปแล้วก็มีโอกาสเข้าไปนั่งบริหาร และเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทขายตรง จึงถือว่าโชคดีได้มีโอกาสนำเอาประสบการณ์ความรู้ที่มีนั้นไปลองบริหารบริษัทของคนอื่นดู และได้ลองผิดลองถูก เมื่อได้เรียนรู้ประสบการณ์ในการบริหารจัดการได้ในระดับหนึ่งจึงตัดสินใจเปิดธุรกิจเป็นขายตรงชั้นเดียวซื้อมาขายไป หรือที่เรียกว่า Single นั่นเอง จุดกำเนิดของ Maxx ก็เริ่มต้นจากตรงนี้ ผมเริ่มต้น

ทำธุรกิจเป็นเจ้าของแบรนด์อาหารเสริมคอลลาเจน ที่มีชื่อว่า Maxx Collagen เริ่มต้นด้วยเงินลงทุนประมาณ 150,000 บาท ขายรถยนต์ที่มีเอาเงินมาหมุนเวียนในธุรกิจ  แต่เป็นความโชคดีของผมมาก ๆ ที่ในขณะนั้นจังหวะกระแสของธุรกิจซื้อมาขายไปกำลังเริ่มที่จะเป็นที่นิยมในอนาคตอันใกล้  แต่โชคดีที่ผมเข้าสู่การทำการตลาดในยุคนั้นก่อน  จึงทำให้ผมได้เปรียบและเนื่องจากในขณะนั้นคู่แข่งยังมีไม่มากมายเท่ากับปัจจุบันนี้ ถือว่าเป็นจังหวะบวกกับโอกาส และก็ความสามารถที่มีอยู่อีกพอสมควรก็ทำให้ธุรกิจขายตรง

ชั้นเดียวที่ขายสินค้า Maxx Collagen นั้น ค่อย ๆ มียอดขายเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ  จนมียอดขายเป็นหลัก      ร้อยล้านบาท ในขณะที่ทำธุรกิจช่วงแรกนั้นบอกตรง ๆ ก็มืดแปดด้านตาบอดคำช้างเดินไปเรื่อย ๆ มีกำไรอยู่บ้าง จนกระทั่งวันหนึ่งผมมีโอกาสไปบ้านของบุคคลท่านหนึ่งซึ่งท่านเองมีศักดิ์เป็นญาติผู้พี่ผม ผมมีโอกาสได้นำเอาผลิตภัณฑ์ แม๊กซ์ คอลลาเจนมอบให้จากพี่ชายลูกพี่ลูกน้องท่านนี้ หลังจากเขาได้ลองทาน ก็ติดใจในรสชาติ และด้วยน้ำใจที่มีต่อน้องต้องการสนับสนุนให้น้องประสบความสำเร็จ พี่ชายท่านนี้ ก็เลยนำเงินส่วนหนึ่งมาสนับสนุนให้ธุรกิจ Maxx Collagen ในขณะนั้นต่อยอดขึ้นไป เพราะความมีน้ำใจ ผมจึงชวน

พี่ชายของผมท่านนี้มาร่วมธุรกิจกัน บุคคลท่านนี้คือ  ดร.วรวุฒิ บริบูรณ์ธนกิจ หรือ บอส คม นั่นเอง

ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นทั้งพี่ชายและหุ้นส่วนเราทั้งสองคนต่อสู้บุกบ่าฝ่าฟันอุปสรรค  และปัญหานานัปการจนธุรกิจดำเนินมาถึงเหยียบย่างเข้าสู่ปีที่ 3 ก็ตัดสินใจ ปรับเปลี่ยนธุรกิจจากขายตรงชั้นเดียวจนกลายเป็นขายตรงหลายชั้น โดยใช้แผนการตลาดแบบไบนารี่ด้วยความมุ่งมั่น และความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างธุรกิจเพื่อส่งต่อความสำเร็จให้กับผู้คนในระยะยาว เราต้อง 2 อุทิศแรงกายแรงใจสรรพกำลังทั้งหมดเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับเพื่อนสมาชิกรวมถึงสละความสุขส่วนตน เพื่อทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยิ่งใหญ่ ธุรกิจ Maxx Inter Network จึงถือกำเนิดขึ้นในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2557 นั่นเอง เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 3 ปีแล้วที่เราได้มีโอกาสรับใช้เพื่อนสมาชิกทุก ๆ คน

Leave a Response