แนวคิดและการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่

 

# ภาระกิจชีวิต

 

ตั้งแต่ที่คุณเกิดมาจนถึงตอนนี้ มีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นในชีวิตคุณและก็มีหลายสิ่งที่คุณทำมาตั้งมากมาย คุณเคยตั้งคำถามไหมว่า

why : ชีวิตคุณเกิดมาทำไม ?

What : อะไรคือภารกิจชีวิตที่คุณจะต้องทำให้แล้วเสร็จ ?

Where : ตอนนี้ชีวิตคุณอยู่ที่ไหน เป้าหมายชีวิตของคุณไปถึงไหนแล้ว ?

When : เมื่อไหร่คุณจะถึงจุดหมาย ?

 

คำตอบของคำถามเหล่านี้ คือ ” ภารกิจชีวิต “ ที่คุณจะต้องทำและสร้างให้มันเกิดขึ้นในชีวิตของคุณคุณจะปล่อยชีวิตของคุณให้ผ่านไปในแต่ละวันนะเหรอ  โดยที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นในชีวิต  “ สร้างตึกต้องมีพิมพ์เขียว ” “ สร้างชีวิตก็ต้องมีพิมพ์เขียวชีวิต ” เหมือนกัน  เมื่อคุณได้คำตอบว่า  ชีวิตคุณต้องการอะไรอย่างชัดเจน ชีวิตคุณจะมี แบบแปลนของชีวิตบางคนก็ชัดบางคนก็ไม่ชัดบางคนก็ไม่มีเลย ทางเดียวที่คุณจะสร้างชีวิตของคุณให้เป็นไปตามความฝัน

 

( ภารกิจชีวิต ) ก็คือ คุณต้องมองเห็นความฝันของคุณชัดเจน

 

# ความฝัน vs ความจริง

เชื่อว่าในสมัยตอนเด็กทุกคนเคยมีความฝันที่อยากที่จะประสบความสำเร็จมีรถสปอร์ตคันหรู มีบ้านหลังโต มีเงินเก็บจำนวนมากมาย และได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาอย่างมีความสุข ภาพความฝันในอนาคตยามเด็กนั้นช่างสวยสดงดงามจริงๆ แต่เมื่อคุณโตขึ้น หลายหลายคนจะพบว่า ความฝันและความเป็นจริงนั้นไม่ได้ตรงกันเสมอไป บางคนคาดหวังว่า ในอนาคต จะต้องมีบ้าน รถเงินเก็บ รวมขนาดมูลค่าความฝัน 20 ล้าน แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่า ขนาดความฝันของคุณ มีมูลค่าเพียง 5 ล้านบาท คือ จากรถสปอร์ตกลายเป็นรถญี่ปุ่นจากบ้าน เดี่ยวราคา 10 ล้านกลายเป็นทาวน์เฮ้าส์ราคาแค่ล้านกว่าบาทจากเงินเก็บที่คุณคาดว่าจะมีเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นว่าคุณมีเงินเก็บเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นหรืออาจจะไม่มี อะไรเหรอที่ทำให้ความฝันและความเป็นจริงต่างกัน

ผมพบว่า” รายได้ ” นั่นเอง ที่เป็นตัวกำหนดขนาดความฝัน และความจริง บางคนขนาดความฝันก็ใหญ่กว่าขนาดของรายได้บางคนขนาดของรายได้ เสมอเท่ากับความฝัน ก็คงมีความสุขกัน และบางคนขนาดของรายได้มีมากกว่าขนาดความฝันอันนี้ยิ่ง มีความสุขมากๆแน่นอน การที่คุณจะมีรายได้มากหรือน้อยนั้น คุณต้องรู้จักกับ การเลือกเครื่องมือ ในการสร้างชีวิต “งานคือเครื่องมือในการสร้างชีวิตคุณภาพชีวิตขึ้นอยู่กับงานที่เราทำ” งานบางงานทำให้ตายรายได้เท่าเดิมแต่งานบางงานไม่มีเพดานรายได้ทำมากได้มาก เพราะฉะนั้นถ้าคุณต้องการเป็นคนที่มั่งคั่งและคนที่ประสบความสำเร็จสามารถทำความฝันของคุณได้จริงๆคุณต้องเลือกงานที่ไม่มีเพดานรายได้

เมื่อขนาดของความฝันและรายได้ของคุณไม่สัมพันธ์กัน มี 2 ทางเลือก

  1. เลือกรถขนาดความฝัน เพื่อให้สัมพันธ์กับรายได้ของคุณที่มี
  2. เลือกเพิ่มขนาดรายได้เพื่อให้ สัมพันธ์กับความฝันที่คุณต้องการ

 

แล้วคุณล่ะเลือกข้อไหน?

 

# การผ่อนแรง ( Leverage)

การผ่อนแรงคือกุญแจดอกสำคัญ ที่จะทำให้คุณ สามารถที่จะสร้างรายได้ได้มากกว่าเดิมหลายเท่า การผ่อนแรงมี 2 ประเภท

  1. การผ่อนแรงโดยแรงงาน ของคนอื่น หมายถึง คุณใช้แรงงานของคนอื่นมาทำงานให้คุณ ทำให้เกิดผลลัพธ์ของงานเกิดขึ้นหลายเท่า
  2. การผ่อนแรงโดยใช้เวลา ของคนอื่น หมายถึง คุณใช้เวลาของคนอื่นทำงานให้คุณทำให้เวลาของงานนั้นเกิดขึ้นมากขึ้น

 

แรงงานที่เยอะขึ้น = เวลาที่เยอะขึ้น

 

ยกตัวอย่าง

  / ถ้าคุณต้องย้ายหินจากบ้านของคุณไปหน้าปากซอยใช้เวลาก้อนละ 1 นาที แต่ถ้ามีหินอยู่ 50 ก้อน  แต่คุณต้องใช้เวลาในการย้าย 1 นาทีคุณจะทำอย่างไร?

ตอบ ใช้คน 50 คน นั่น คือ ตัวอย่างที่ทำให้คุณเห็นการผ่อนแรงโดยใช้แรงงานของคนอื่น

 / ถ้าคนหนึ่งคนทำงานได้ 8 ชั่วโมงต่อวัน เป็นไปได้ไหมที่คนจะทำงานเกินวันละ 24 ชั่วโมง

ตอบ เป็นไปไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าคุณมีคนร้อยคนที่ช่วยคุณทำงานก็จะเท่ากับว่าคุณมีเวลาในการทำงานเพิ่มขึ้นเป็น 800 ชั่วโมงต่อวัน นั่นคืออีกหนึ่งตัวอย่างที่จะทำให้คุณได้เห็นว่า คนสามารถทำให้คุณผ่อนแรง โดยเวลาได้งานบางงานทำให้ตายรายได้เท่าเดิม  แต่งานบางประเภทสามารถใช้แรงงานและเวลาของคนอื่นเพื่อส่งผลต่อการมีรายได้ที่เพิ่มขึ้น

 

# การเกษียณ

– คนบางคนตายก่อนเกษียณ

– คนบางคนเกษียณแล้วอยากจะตาย

– ทำอย่างไรเกษียณก่อนตายก่อนวัยอันควร

   มีคำสองคำที่ผมอยากให้คุณได้รู้จักคำแรกคือคำว่าการ “มีชีวิต” คำที่ 2 คือคำว่าการ”ใช้ชีวิต” คุณคิดว่าคำสองคำนี้แตกต่างกันหรือไม่อย่างไร

  การมีชีวิตนั่นอาจจะหมายถึงว่าคุณ มีชีวิตแบบได้กินได้ใช้ได้อยู่แบบพอประมาณ ตามแบบ หรือ size ของรายได้ของคุณ แต่การได้ใช้ชีวิตนั้น หมายถึงการที่คุณสามารถที่จะเลือกที่ ใช้ชีวิตในแบบที่คุณต้องการซึ่งทั้งหมดนั้น ต้องยอมรับว่า “รายได้” คือตัวกำหนดรูปแบบของการใช้ชีวิต

การเกษียณมีองค์ประกอบอยู่ 3ส่วน

       1.อิสรภาพทางด้านเวลา

          ( Time Freedom )

      2.อิสรภาพทางด้านการเงิน

          ( Financial Freedom )

       3.การมีสุขภาพที่ดี

         ( Healhty )

   

Retired = TF+FF+H

 

การมีอิสรภาพทางด้านการเงินคือ สิ่งที่เราจะพูดคุยกันอิสรภาพทางด้านการเงินจะเกิดขึ้นได้

ผมอยากให้คุณได้รู้จักกับรายได้ 2 แบบ

 

แบบที่ 1 Active Income คือ รายได้ที่คุณต้องใช้แรงงานของคุณออกแรงเพื่อให้ได้มาซึ่งรายได้นั้น เช่น อาชีพพนักงานบริษัท ข้าราชการรับจ้างต่างๆเป็นต้น

 

แบบที่ 2 Passive Income รายได้ที่คุณไม่ต้องเป็นสาเหตุของรายได้

แต่รายได้ก็ไหลเข้ามาหาคุณ อย่างต่อเนื่อง passive income สามารถสร้างได้ 6 ช่องทางดังนี้

  อสังหาริมทรัพย์  : ต้องลงทุน และมีความเสียง

  ลิขสิทธิ์ : ต้องใช้ความสามารถเฉพาะทาง

  แฟรนไชส์ : ต้องลงทุน และมีความเสี่ยง

  หุ้น พันธบัตร : ต้องลงทุนและมีความเสี่ยง

  ธุรกิจเครือข่าย : ลงทุนเพียงเล็กน้อย ความเสี่ยงต่ำ เรียนรู้ได้ ธุรกิจเครือข่ายถือว่าเป็นธุรกิจที่ อาจเป็นคำตอบสำหรับ ใครหลายคน

 

** Passive income มีระดับของความบริสุทธิ์หากคุณต้องใช้แรงของคุณไปปะปนอยู่บ้าง ความบริสุทธิ์ ก็จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าคุณ ไม่ต้องใช้แรงใช้เวลา มายุ่งเกี่ยวเลยแต่ยังเกิดรายได้ให้กับตัวคุณแสดงว่า ความบริสุทธิ์ของ passive นั้นสูง

 

การทำธุรกิจเครือข่ายในช่วงแรกแรก ผมขอย้ำว่า active income เงินล้วนๆ แต่ถ้าคุณทำถูกวิธี สามารถสร้างคนให้เกิดขึ้นในองค์กรและทำงานเป็นได้ คนเหล่านั้นจะช่วยคุณ”ผ่อนแรง” และค่อยๆทำให้คุณย้ายจากฝั่ง active income เป็น passive income นั่นเอง

 

# มารู้จักธุรกิจเครือข่ายกัน

ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่คนใน ไม่อยากออกคนนอกไม่อยากเข้า ย้อนกลับไปสัก 10 ปีเชื่อไหมครับใครที่เลือกทำธุรกิจเครือข่าย ผมเชื่อว่าเป็นอาชีพที่ไม่เคยมีใครใฝ่ฝันมาก่อนในสมัยเด็ก และก็ไม่มีใครอยากที่จะทำอย่างแน่นอน การยอมรับในสมัยก่อน ไม่มีเลย ไปคุยกับใครเขาก็บอกว่าเป็นงานไม่มั่นคง แต่คุณเชื่อไหมครับ ตลอดเวลากว่า 15 ปีที่ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับธุรกิจเครือข่าย ผมพบกับความมหัศจรรย์ของอาชีพนี้มากมาย มีคนจนหลายคนเปลี่ยนแปลงเป็นคนที่ร่ำรวยและประสบความสำเร็จไม่น้อย มีเด็กหนุ่ม สาว อายุแค่ 30 ต้นต้นขับรถระดับซุปเปอร์คาร์คันละ 10-20 ล้าน รถเบนซ์บีเอ็มคันละ 3-4 ล้านขับกันให้เกลื่อนถนน 10 กว่าปีที่ผ่านมามีอุตสาหกรรมเครือข่ายได้เติบโตในประเทศไทยสูงมากอาชีพนี้เริ่มเป็นที่ยอมรับในสังคมมากขึ้น คนจำนวนมากมายสร้างผลลัพธ์ความ สำเร็จ จากธุรกิจ ไม่น้อย หากคุณลองเปิดใจและเข้ามาศึกษาธุรกิจเครือข่ายคุณจะพบว่า ธุรกิจเครือข่ายก็คือ “สุจริตอาชีพ” สามารถแต่งเติมสร้างฝันให้คุณได้เป็นจริงอาศัยแค่คุณ มีความตั้งใจอยู่ทิศแรงกาย ลงทำงานอย่างหนัก บนวิธีการที่ถูกต้อง คุณก็จะสามารถสร้างความสำเร็จได้ไม่ยาก

ทำไมต้องทำธุรกิจเครือข่าย ผมอยากจะถามคุณว่า คุณเคยอยากเป็นเจ้าของธุรกิจไหม? คุณคิดว่าความเป็นเจ้าของธุรกิจนั้นวัดจากอะไร ตึกออฟฟิศใหญ่โตพนักงานจำนวนมากมาย เหรอ แต่ถ้านั่น ไม่สามารถทำกำไรต่อเดือนให้คุณ เมื่อเทียบกับธุรกิจเล็กๆที่ไม่มีตึกออฟฟิศที่ใหญ่โตไม่มีพนักงานแต่คุณสามารถที่จะมีรายได้ มีกำไร และโดยเฉพาะที่คุณไม่ต้องมาแบกความเสี่ยงแบบเจ้าของกิจการทั่วไป มันน่าสนใจไหมครับ?

ทุกครั้งที่เราตัดสินใจอยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจสิ่งแรกที่จะต้องเกิดขึ้นก็คือการลงทุน เมื่อคุณลงทุนทำธุรกิจแต่ความรู้และประสบการณ์ในอาชีพของคุณนั้นไม่มี คุณมีโอกาสที่คุณจะต้องขาดทุน แล้วแต่คุณเริ่มต้นมีลูกน้องในบริษัทนั่นหมายถึงว่าความรับผิดชอบต่อชีวิตของลูกน้องคุณได้บังเกิดขึ้น ตามที่ผมได้กล่าวไปข้างต้นซึ่งธุรกิจเครือข่ายนั้นคุณสามารถเป็นเสมือนหุ้นส่วนธุรกิจโดยที่คุณไม่ต้องลงทุน มากมายเหมือนกับเจ้าของธุรกิจไม่ต้องจ้างพนักงาน ไม่ต้องบริหารความเสี่ยง บริษัทที่เป็นพาร์ทเนอร์ของคุณทำหน้าที่นี้แทนชวนคุณทำหน้าที่เพียงบริหาร ยอดขายสร้างเครือข่าย ให้องค์กรของคุณเติบโต เท่านั้นเอง ธุรกิจเครือข่าย หากคุณได้ทำความเข้าใจกับมันอย่างถ่องแท้แล้ว คุณจะพบว่าเป็นธุรกิจที่มหัศจรรย์จริงๆทั้งคนที่ได้เข้ามาอยู่ในธุรกิจก็สามารถที่จะได้เรียนรู้ฝึกฝนและพัฒนาตนจนกลายเป็นคนยอดคน

บางคนถามว่าแล้วธุรกิจเครือข่ายเอากำไรจากไหนมาจ่ายให้สมาชิกเยอะแยะมากมาย ผมขอตอบว่า ธุรกิจโดยทั่วไป ก็ต้องจ่ายกับร้านค้าส่งค้าปลีกค่าโฆษณาต่างๆหักแล้วก็ร่วมร่วม 50% โดยประมาณอยู่แล้ว เมื่อเทียบกับธุรกิจเครือข่ายนั้น 50% นี้ถูกจ่ายลงไปเป็นคอมมิชชั่นให้กับสมาชิก

( บริษัทแม็กซ์อินเตอร์เน็ตเวิร์คจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกทั้งค่าบริหารจัดการและทริปท่องเที่ยวรวม 65 เปอร์เซ็นต์)

ผมเป็นประธานบริษัทลงทุน เป็นหลักหลายสิบล้าน กำไร ไม่เกิน 15 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องมาแบกความเสี่ยงทั้งหมดและเอามาบริหารจัดการต่างๆที่เหลือถึงจะเป็นกำไรสุทธิเทียบกับเพื่อนสมาชิกลงทุนแค่หลักพันหลักหมื่น แต่ได้รับผลตอบแทนจากบริษัท 0-60 5% จ่ายลงไปทั้งองค์กรคุณคิดว่า ระหว่างผมที่เป็นเจ้าของกับคุณที่เป็นสมาชิกใครเป็นหุ้นส่วนใหญ่กลายเป็นหุ้นส่วนเล็กกันครับ?

 

# การสร้างเครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่

 

ธุรกิจเครือข่าย vs ธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภค คุณคิดว่า 2 อย่างนี้ เหมือนกันหรือไม่

คำตอบคือคล้ายกันแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ธุรกิจที่คุณเห็นอยู่ในท้องตลาด แยกประเภทออกเป็น 2 ประเภท คือธุรกิจเครือข่ายและธุรกิจเครือข่ายผู้บริโภค

ธุรกิจเครือข่ายนั้นจะมุ่งเน้นให้คนใหม่หรือสมาชิกเข้ามาสู่เครือข่าย แล้วก็เกิดการหาคนใหม่เข้ามาสู่ระบบของธุรกิจอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากการปลูกฝังและการทำให้คนในองค์กรเกิดการซื้อซ้ำจนเป็นผู้บริโภคเกิดขึ้น เมื่อไม่มีผู้บริโภค ก็จะไม่เกิดความ แข็งแรงขององค์กรความเสถียรของรายได้ ผมขอสรุปให้ ดังนี้

เครือข่าย = มั่นคง

ผู้บริโภค = มั่งคั่ง

เพราะฉะนั้นถ้าคุณต้องการมีรายได้เกษียณอย่างเสถียรแบบมั่นคงคุณจะต้อง สร้างเครือข่ายผู้บริโภค ซึ่งจะต้องมียอดคนใหม่เกิดขึ้นในองค์กรและมียอดการซื้อซ้ำของสมาชิกในองค์กรจึงจะเกิดความแข็งแรงและความเสถียรขององค์กรนั่นเอง

 

การสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่

 

   การแตกตัวขององค์กร

                  …

      การลอกเลียนแบบ

                  …

      การใช้ระบบ สร้าง

 

วงกลมวงแรกก็คือตัวเราเป็นวงกลมที่สำคัญที่สุดวงกลมวงแรกจะแตกตัวได้ต้องเกิดจาก ตัวเราต้องเป็นวงกลมคุณภาพ (KASH)

 

คนที่ทำ network คิดว่าเข้ามาเพื่อสร้างรายได้ที่เรียกว่า passive income แต่พอทำทำไปปรากฏว่าทีมงานไม่สามารถเติบโตได้จริงเหตุผลคำตอบคือไม่สามารถ copy กับได้เมื่อไม่สามารถที่จะ copy กันได้ ก็ทำให้ทีมงานไม่สามารถเกิดการแตกตัวเมื่อทีมงานไม่เกิดการแตกตัวมันก็ไม่ก่อให้เกิดเครือข่ายขนาดใหญ่ และไม่ก่อให้เกิดการผ่อนแรง นั่นเองเพราะฉะนั้นการที่เครือข่ายขนาดใหญ่จะเกิดขึ้นได้ต้องเกิดจากการที่สามารถส่งต่อความสำเร็จได้แบบง่ายๆสั้นๆกระชับ ยิ่งง่ายเท่าไหร่การแตกตัวยิ่งเร็ว การเรียนรู้ให้ง่ายที่สุด จะทำให้สมาชิกเข้าใจส่งต่อความสำเร็จง่ายส่งต่อ เครื่องมือ จากรุ่นสู่รุ่น เราจึงได้ก่อตั้งระบบ Maxx power ขึ้น

** ระบบจะทำให้เกิดการส่งต่ออย่างเป็นระเบียบและเกิดการลอกเลียนแบบซึ่งจะทำให้เกิดวงกลมคุณภาพ

บทความ

   โดย ดร.ประกาสิต  เลิศมุกดา

Leave a Response