” ทัศนคติ และวัฒนธรรมองค์กรที่ถูกต้อง ”

 

ไม่ว่านักธุรกิจเครือข่ายคนนั้นจะเป็นคนที่มีความเก่งหรือขยันต่อการทำธุรกิจมากเพียงใดแต่ถ้าหากมี แนวคิดทัศนคติ หรือวัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ถูกต้อง ก็ยากยิ่งนักที่จะประสบความสำเร็จเพราะเปรียบเสมือนกับการขับรถไปด้วยความเร็วแต่  ” ทิศทาง ” ผิด ที่หยิบยกเอาเรื่องนี้มาพูดคุยกัน  เพราะเป็นเรื่องสำคัญขององค์กร ก่อนอื่นขอพูดถึงเรื่องของทัศนคติ ทัศนคติคือแนวคิดและมุมมองที่มีต่อสิ่งนั้นๆ สำหรับนักธุรกิจเครือข่ายสิ่งที่จะพูดถึงมีดังนี้

 

  1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่อธรรมชาติของธุรกิจ : ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับคำปฏิเสธ หลายคนมาบ่นให้ฟังว่า ออกทำงานชวนคนมากมายเข้าสู่ธุรกิจ สมมุติว่า 10 คน มีคนปฏิเสธเสีย 8 คน เหลือคนที่สนใจในธุรกิจจริง ๆ 2 คน และลงมือทำอย่างจริงจังเพียงแค่ 1 คน หลายคนจึงมองว่า ธุรกิจเครือข่ายจึงเป็นธุรกิจที่ยาก แต่แท้จริงแล้วเราลืมไปว่าหากหนึ่งคนนั้นมีความตั้งใจเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาตนจนเป็นนักธุรกิจที่มีคุณภาพ คนนั้นจะสามารถชักชวนและสร้างเครือข่ายเกินกว่า 10 คนได้อย่างแน่นอน  เพราะฉะนั้นหนึ่งคนที่เหลือคือ 1 เครือข่ายขนาดใหญ่ลองถามอัพไลน์ที่มาทำธุรกิจกับบริษัท Maxx ลองถามดูว่าองค์กรเขามีเท่าไหร่บางคนองค์กรมีเป็นแสนคนทั้งทั้งที่ตนเอง sponsor คนมาไม่ถึง 30 คนแล้วจำนวนของคนจำนวนมากที่เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ก็อย่างที่บอกเครือข่ายมันเกิดขึ้นจาก คนที่ใช่*หากเราเข้าใจหลักของสถิติ และเข้าใจว่างานที่เราทำอยู่เป็นงานที่ต้องเจอทั้งคนที่ตอบรับและปฏิเสธเราก็จะไม่สนใจต่อคำปฏิเสธที่เกิดขึ้น เเต่เราจะมุ่งเน้นไปที่การโฟกัส การลงมือทำไปที่เนื้องานนั่นเอง และหากเราฝึกฝนทักษะในการแนะนำธุรกิจจนมีความชำนาญแล้วสถิติก็จะดีขึ้น รวมถึงหากผลลัพธ์ความสำเร็จของคุณค่อยค่อยบังเกิดขึ้นหรือถ้าคุณจะพูดแรงก็แนะนำว่าให้ชี้ไปที่ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงจากการทำธุรกิจของอัพไลน์ของคุณนั่นแหละคือสิ่งที่จะทำให้สถิติของคุณดีขึ้นในการสปอนเซอร์รวมถึงองค์กรของคุณนั้นจะเติบโตมากขึ้นเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับการที่คุณส่งต่อแนวคิดและวิธีการทำธุรกิจให้กับคนในองค์กรได้ ซึ่งคุณก็จะต้องเรียนรู้หลักการส่งต่อธุรกิจและแนวคิดวิธีการนั่นเอง

 

  1. ทัศนคติที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำธุรกิจ : ธุรกิจเครือข่ายเป็นธุรกิจที่สมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเปรียบเสมือนกับการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ ยอดขาย 100 บาท บริษัทจ่ายผลตอบแทนให้กับสมาชิกสูงถึง 65 % ขององค์กร นับดูแล้วมากกว่าส่วนที่บริษัทได้กำไรเสียอีก หากคิดดูดี ๆ แล้วคุณก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นหุ้นส่วนธุรกิจ แต่ไม่ต้องลงทุนจำนวนมากมายมหาศาล และต้องมานั่งบริหารหรือแบบภาระต่างๆมากมายบริษัททำหน้าที่เหล่านี้แทนเรา หากคุณคิดแบบคนทำธุรกิจคุณก็จะมีรายได้แบบเจ้าของธุรกิจ  แต่ถ้าคุณคิดแบบเป็นลูกจ้างมีข้อแม้ต่างๆนานากับบริษัท คุณก็จะมีรายได้หรือประสบความสำเร็จได้น้อยกว่าที่มันสมควรจะเป็น ทุกอย่างบริษัทอยู่ได้องค์กรก็อยู่ได้

 

  1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่ออัพไลน์ , ไซด์ไลน์และดาวไลน์

# อัพไลน์ คือ ผู้แนะนำให้เราเข้าสู่ธุรกิจ ส่วนที่เหลือนั้นเราจะต้องเอาตัวเราเข้ามาขวนขวายหาความรู้แล้วลงมือปฏิบัติด้วยตัวเอง บางคนมีข้อแม้กับอัพไลน์เรียกร้องมีข้อเเม้กับอัพไลน์ต่าง ๆ นานา หัวเป็นอย่างไรหางเป็นอย่างนั้น  คุณปฏิบัติตนกับอัพไลน์ของคุณเช่นไรดาวไลน์ของคุณก็จะปฏิบัติตนกับคุณเช่นกัน       กฎเหล็กสำคัญข้อนี้คือ

 – มองลงไปที่ข้างล่างเท่านั้น

 – มีปัญหาปรึกษาอัฟไลน์

 – อัพไลน์ line มีสิทธิ์ที่จะรับรายได้ตามแผนการตลาดจากบริษัทภายใต้องค์กรของเขา และทุกคนก็อยู่ในกฎเกณฑ์เดียวกัน

 

# ไซด์ไลน์ คือ เพื่อนร่วมธุรกิจถึงแม้จะไม่ได้มีผลประโยชน์ต่อกันโดยตรง  แต่แท้จริงแล้วไซด์ไลน์มีส่วนสำคัญในการช่วยให้บริษัทมีความเจริญเติบโตและมีความมั่นคงแข็งแรงเมื่อบริษัทมีความเจริญมั่นคงและแข็งแรงแล้วบริษัทก็สามารถที่จะ พัฒนาอะไรอีกหลายอย่างให้กับสมาชิก ภายในองค์กร กฎเหล็ก สำคัญข้อนี้ คือ

**  เราจะต้องไม่ไปก้าวก่ายองค์กรของคนอื่นได้อยู่ภายใต้องค์กรของตนไม่ว่าจะเป็นการชักชวนหรือสนับสนุนการทำงานต่างๆซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาในอนาคตได้  **

 

# ดาวไลน์ คือ ทีมงานที่เราได้ชักชวนเข้ามาสู่ธุรกิจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการชวนโดยเราเองโดยตรงหรือเป็นดาวร้ายที่เกิดขึ้นจากการชักชวนของสมาชิกภายใต้องค์กรก็ตาม เราควรทำหน้าที่ของอัพไลน์ที่ถูกต้องโดยมีส่วนในการ สนับสนุนผลักดัน ดาวไลน์ภายใต้องค์กร อย่างเต็มความสามารถ

 

  1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่อธุรกิจ ผู้ที่เข้ามาทำธุรกิจเครือข่ายนี้จะต้องเข้าใจหลักการสำคัญ ว่า ” งานนี้เป็นงานสร้างเครือข่ายผู้บริโภคขนาดใหญ่ ”  ซึ่งคำว่าเครือข่ายกับเครือข่ายผู้บริโภคนั้นแตกต่างกันอย่างชัดเจน  การสร้างเครือข่ายคือการชวนคนเข้ามาอยู่ใน องค์กรของเรา แต่การสร้างเครือข่ายผู้บริโภคนั้น มีหลักสำคัญ 2 ประการคือ
  2. คนใหม่ต้องถูกชักชวนเข้าสู่องค์กรซึ่งจะก่อให้เกิดรายได้ที่มีความมั่งคั่ง
  3. คนเก่าจะต้องบริโภคสินค้าซ้ำ ต่อเนื่องทุกๆเดือน ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่งคั่ง บางคนแอนตี้และไม่เข้าใจว่าทำไมธุรกิจ เครือข่ายนั้นต้อง “รักษายอด” เพราะการรักษายอดทำให้เกิดการซื้อซ้ำ และทำให้มียอด เดิมที่แข็งแกร่งผนวกกับยอดใหม่ที่เข้ามาในแต่ละเดือนจะทำให้องค์กรนั้นเติบโต อย่างมั่นคงและ  แข็งแรง เป็นหัวใจสำคัญของการเกษียณแบบเสถียร

หากเปรียบเทียบธุรกิจขายตรงกับธุรกิจ เช่น ขายหมูปิ้ง ลองคิดดู ขายหมูปิ้งยังต้องลงทุนซื้อหมูมาปิ้งขายทุกวัน ขายไม่หมดก็ขาดทุน เดือนเดือนนึงก็ยังมีค่าเช่าที่อีก ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจเครือข่ายที่ซื้อซ้ำต่อเดือนขั้นต่ำ 1 ครั้งเท่านั้นเองซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น้อยมากเมื่อเทียบกับธุรกิจขายหมูปิ้ง   ดังนั้นหากคนในองค์กรของคุณมียอดการซื้อซ้ำ หรือการรักษายอดก็จะทำให้คุณมีรายได้ที่มั่นคงและเสถียร แต่การซื้อซ้ำขององค์กรคุณจะเกิดขึ้นได้คุณต้องเป็นแบบอย่างที่ถูกต้อง คุณต้องมีอุปนิสัยของการสนุกกับการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างผลลัพธ์ให้กับชีวิตให้ตนเองเป็นผลิตผลของผลิตภัณฑ์ ให้สินค้าที่อยู่ในกิจวัตรประจำวันถูกเปลี่ยนแปลงเป็นกิจการของคุณ

 

  1. ทัศนคติที่ถูกต้องต่อตนเองคุณจะไม่มีทางประสบความสำเร็จได้เลยถ้าคุณไม่รู้จักที่จะชื่นชมตนเองรวมถึงมีความเชื่อว่าคุณสามารถที่จะประสบความสำเร็จได้ สิ่งสำคัญ คือ ทุกอาชีพบนโลกนี้ล้วนแล้วแต่จะต้องเกิดจากการ ” เรียนรู้ ” ไม่มีใครเป็นทนายเป็นคุณหมอหรือวิศวกรได้โดยที่ยังไม่ผ่านกระบวนการการเรียนรู้การเป็นนักธุรกิจเครือข่ายที่จะประสบความสำเร็จนั้นก็ต้องสั่งสมประสบการณ์การเรียนรู้

เช่นเดียวกัน แต่เพียงห้องเรียนรู้นั้นไม่ได้มีอยู่ในมหาวิทยาลัยเราต้องศึกษาและเก็บประสบการณ์จากการทำงาน ผู้ที่อยู่ธุรกิจมายาวนานกว่าก็ย่อมมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจที่มากกว่านั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นบอสเองก็ได้มีโอกาสทำรวบรวมเนื้อหาการเรียนรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการเป็นนักธุรกิจเครือข่ายมืออาชีพให้กับ

พวกเรา  ดังนั้นข้อความต่าง ๆ ที่ได้รวบรวมมานั้นจริ เป็นข้อมูลสำคัญที่จะทำให้เราเรียนรู้ทางลัดแล้วได้นำเอาความรู้เหล่านี้ไปลงมือทำหรือปฏิบัติจนเกิดผลลัพธ์นั่นเองคุณต้องเรียนรู้

 

ต่อมาที่จะพูดถึงคือวัฒนธรรมองค์กร ซึ่งหมายถึงสิ่งที่นักธุรกิจ maxx จะต้องยึดถือและปฏิบัติ เพื่อให้องค์กร มีหลักในการปฏิบัติที่ถูกต้องและแข็งแรง ไม่เกิดความวุ่นวายภายในองค์กร มีดังนี้

 

1.ห้ามยืมเงินกันในองค์กรเด็ดขาด การให้การยืมเงินจะก่อให้เกิดปัญหาในภายหลังอย่างแน่นอน ทั้งผู้ให้ยืมและผู้ยืม การให้ยืมเงินคือการแก้ปัญหาชั่วคราว  แต่การช่วยเหลือเพื่อนร่วมธุรกิจหรือทีมงาน

และองค์กรที่ถูกต้องคือ  การลงไปช่วยในการทำงานทำให้เขาเกิดรายได้ ช่วยเงินเขาแก้ปัญหาได้แค่     ครั้งเดียว  แต่ถ้าช่วยแรงช่วยความคิดช่วยสนับสนุนการทำงานก็จะทำให้เขาแก้ปัญหาได้ในระยะยาว

  1. ไม่ชักชวนเพื่อนสมาชิกให้มาทำงานกับตนทั้งที่อยู่ต่างสายงาน อันจะนำมาซึ่งปัญหาการโยกย้ายสายงานการผิดใจกัน และการทะเลาะกัน
  2. วัฒนธรรมการไม่กักตุนสินค้าในปริมาณที่มากเกินความจำเป็น   ซึ่งจะนำมาซึ่งปัญหาในการนำผลิตภัณฑ์นั้นไปขายหลังตลาด ทำให้เกิดปัญหาตัดราคาได้ในอนาคต เว้นเสียแต่เป็นการลงทุนเพื่อเปิดคลังสินค้า  หรือมี stock สำรองเพื่อให้มีผลิตภัณฑ์รองรับการเติบโตขององค์กรในแต่ละพื้นที่  รวมถึง

ไม่ขึ้นตำแหน่งโดยการซื้อสินค้าในปริมาณมากจนเกินพอดี  เพราะจะทำให้องค์กรขาดความแข็งแรง

การสร้างเครือข่ายที่ถูกต้องนั้น จะต้องสร้างตามหลักแบบผสมผสานอาจมีคนลงทุนบ้างในบางครั้ง  แต่สิ่งสำคัญที่สุดเลยและขาดไม่ได้ก็คือ การสร้างเครือข่ายผู้บริโภคที่แท้จริง เกิดการบริโภคจริง เกิดการซื้อซ้ำ  จึงเกิดการพัฒนาคนให้เรียนรู้และเกิดการแตกตัวนั่นถือว่าเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานในการสร้างความแข็งแรงขององค์กรให้เติบโตในระยะยาว

  1. ไม่มีพฤติกรรมการชู้สาว ปัญหาชู้สาวเป็นปัญหา ที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียและเสียหาย

มีนักธุรกิจเครือข่ายหลายคนที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงแต่มีพฤติกรรมเหล่านี้ ทำให้เกิดปัญหา และเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีภายในองค์กรในระยะยาวจะทำให้องค์กรขาดความศรัทธาความเชื่อถือความเชื่อมั่น ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือจะต้องพึงระมัดระวังไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ขึ้น

  1. ไม่สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในองค์กร ไม่ยุยงปลุกปั่น ไม่ทำตัว ไม่เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับ เพื่อนนักธุรกิจ ขอให้จำไว้ว่าทุกคนคือ ส่วนสำคัญขององค์กรที่จะต้องช่วยเหลือผลักดันซึ่งกันและกัน

 

องค์กรจะน่าอยู่ ก็ด้วยพวกเราทุกคน ต้องช่วยกัน สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งขึ้นมา วัฒนธรรมคือ  สิ่งที่หล่อหลอมความเป็นตัวตนของแต่ละคนที่มาอยู่ร่วมกัน วัฒนธรรมไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่วันเดียว แต่เกิดจากการหล่อหลอมและค่อยค่อยเกิดขึ้น  หากเราตั้งธงแกนหลักของวัฒนธรรมที่ถูกต้อง และร่วมแรงร่วมใจกันบริษัทจะเกิดความแข็งแรง บริษัทจะแข็งแรงทุกคน คือ ส่วนสำคัญที่จะต้องช่วยกัน**

 

บทความ

 

  โดย  ดร.ประกาสิต  เลิศมุกดา

Leave a Response